1.1

1.มะเร็งตับ

พบมากในประเทศไทย ถือเป็นอันดับ 1 ของตระกูลมะเร็งก็ว่าได้ มี 2 ชนิดคือ มะเร็งเซลล์ตับ และมะเร็งท่อน้ำดีตับ มะเร็งเซลล์ตับเกิดจากการเป็นพาหะไวรัสตับอักเสบบี และ ซี ส่วนมะเร็งท่อน้ำดีตับเกิดจาก พยาธิใบไม้ในตับ ซึ่งคนไทยป่วยเป็นมะเร็งท่อน้ำดีมากที่สุดในโลก โดยเฉพาะกลุ่มคนที่นิยมกินอาหารสุกๆ ดิบๆ

อาการของผู้ป่วยมะเร็งตับคือ ตัวเหลือง ตาเหลือง น้ำหนักลด เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย มีไข้ต่ำ ท้องผูก ขาบวม รู้สึกเจ็บที่ชายโครงขวา บางรายอาจคลำเจอก้อน

2.มะเร็งปอด

พบมากรองลงมา เป็นโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง สาเหตุหลักมาจากการสูบบุหรี่ ส่วนสาเหตุอื่น เช่น สูดดมควันบุหรี่ที่ผู้อื่นสูบ สูดดมฝุ่นผงจากการทำงาน รวมถึงการสูดดมมลพิษในอากาศนานๆ

อาการของผู้ป่วยมะเร็งปอดคือ ไอแห้ง ไอเรื้อรัง ไอมีเสมหะ บางรายอาจมีน้ำหนักลด เจ็บหน้าอก ร่วมด้วย ควรงดสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงการสูดดมควันหรือฝุ่นผงจากสิ่งแวดล้อม เพื่อป้องกันมะเร็งปอด การออกกำลังกายก็ดี จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันมะเร็งได้

3.มะเร็งปากมดลูก

พบมากที่สุดในหญิงไทยอายุเฉลี่ย 35 – 50 ปี มีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัส HPV จุดสังเกตคือ ประจำเดือนมาไม่ปกติ เลือดออกขณะมีเพศสัมพันธ์ มีตกขาวมากและมีกลิ่นเหม็น ให้สงสัยไว้ก่อนแล้วมาปรึกษาแพทย์

ปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงเป็นมะเร็งปากมดลูก ได้แก่ การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสม หรือมีประวัติเป็นโรคติดต่อทางเพศ และมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย

มะเร็งชนิดนี้ป้องกันได้ โดยการฉีดวัดซีนเฉพาะสายพันธุ์ และตรวจคัดกรองเป็นประจำ รวมไปถึงการใช้ถุงยางอนามัยในขณะมีเพศสัมพันธ์ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยได้

1.2

4.มะเร็งเต้านม

ผู้หญิงไทยเสียชีวิตจากมะเร็งเต้านม มากเป็นอันดับ 2 พบมากในผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไป หรือผู้หญิงที่รับประทานยาคุมกำเนิดติดต่อกันเป็นเวลานาน

อาการของโรคดูได้จากลักษณะเต้านมที่เปลี่ยนไป เช่น หัวนมหรือผิวหนังบริเวณเต้านมหด มีรอยบุ๋ม มีน้ำเหลืองหรือเลือดไหลซึมออกมาจากหัวนม หากคลำดู จะพบก้อนบริเวณเต้านม และมีอาการปวดเต้านมร่วมด้วย

แม้โรคนี้จะเป็นกันมาก แต่อัตราการรอดชีวิตกลับมีสูงถึง 95% หากตรวจพบและรักษาแต่เนิ่นๆ ควรตรวจเต้านมด้วยตนเองเดือนละครั้งหลังอาบน้ำ และตรวจเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) ทุกปีเมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป งดหรือหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูงด้วยก็จะดี

5.มะเร็งลำไส้ใหญ่

พบในผู้สูงอายุ 50 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะผู้ที่ชอบรับประทานเนื้อแดง อาหารที่มีไขมันสูง และอาหารที่มีกากใยน้อย อาการของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่สังเกตได้ตามนี้ ท้องเสีย อุจจาระมีเลือดสีสด สีคล้ำ มีมูกปน ท้องอืด ท้องเฟ้อ ปวดเกร็ง น้ำหนักลด อ่อนเพลีย โลหิตจาง รวมถึงคลำพบก้อนที่ท้องและลำไส้ใหญ่อุดตัน

วิธีป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ ให้รับประทานผักและผลไม้ในปริมาณที่พอเหมาะ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ควรตรวจลำไส้ใหญ่ทุก 5 ปี ถ้าทำได้โอกาสจะพบเพียงก้อนเนื้อที่ยังไม่เป็นมะเร็งก็จะมีสูง

6.มะเร็งต่อมลูกหมาก

มะเร็งต่อมลูกหมาก จะไม่ค่อยมีอาการใดๆ แสดงออกมากนัก แต่จะสังเกตได้จากการปัสสาวะ เช่นปัสสาวะบ่อย กะปริบกะปรอย มีเลือดปน แสบหรือเจ็บเวลาถ่ายปัสสาวะ ปัสสาวะไม่พุ่ง เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย น้ำหนักลด และอาจปวดหลังหรือกระดูกร่วมด้วย

วิธีป้องกันคือ หลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อแดง และอาหารที่มีไขมันสูง ควรออกกำลังกายบ่อยๆ เน้นกินอาหารที่มีสารไลโคปีน เช่น มะเขือเทศ บรอกโคลี่ แตงโม เมื่ออายุ 45 ปีขึ้นไป ควรเข้ารับตรวจเลือดเพื่อคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก

ถ้าอ่านมาจนถึงตรงนี้แล้ว โรคมะเร็งทั้ง 6 ชนิดนี้ล้วนมีแนวทางป้องกันได้ ขอเพียงดูแลตัวเองให้มีสุขอนามัยที่ดีทั้งการกินและการอยู่ เท่านี้ก็ถือว่าได้ยืดอายุให้ยืนยาวได้แล้ว

Leave a Reply